วิธีการป้องกันปัญหาจากการดำน้ำลึก

by 22:20



เวลาไปดำน้ำ ปัญหาหลายอย่างอาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเกิดโรคอันเนื่องจากแรงกดดัน (Decompression Illness) อากาศหมด อากาศน้อย เหนื่อยเกินไป ฯลฯ

หลักง่ายๆ ต่อไปนี้อาจจะช่วยป้องกันปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง

  •  รักษาสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายให้ดีอยู่เสมอ การไปออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิค และแอนแอโรบิคนั้น มีประโยชน์สำหรับการดำน้ำเป็นอย่างมาก เพราะกิจกรรมดำน้ำนั้น บางครั้ง บางสถานการณ์ ก็เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ กำลังกายหนักถึงหนักมากก็มีครับ การที่ร่างกายฟิตจะทำให้ใช้อากาศน้อยลง และมีโอกาสเสี่ยงจากโรค อันเกิดจากแรงกดดันได้น้อยลงด้วยครับ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ก่อนที่จะไปดำน้ำ ทั้งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยสำคัญ ในการที่ทำให้เราเกิดโรคเบนด์ ได้ครับ นักดำน้ำมักเผชิญปัญหานี้บ่อยๆ เสียด้วย เช่น การเดินทางไปดำน้ำอาจทำให้นอนไม่พอ หรือการไปดำน้ำ ทำให้เราเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำได้ง่ายๆ ภาวะขาดน้ำอาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ และน้ำอัดลมอีกด้วย สตรีที่มีรอบเดือนก็อาจเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย คนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็จึงควรที่จะดื่มน้ำเยอะๆ เป็นระยะ ก่อนจะลงดำน้ำ
  • ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการดูแลสม่ำเสมอ และสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากอุบัติเหตุจากการดำน้ำสามารถเกิดขึ้น จากอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย หรือใช้การได้ไม่ดี 
  • ใช้ชุดป้องกันการสูญเสียความร้อนให้เพียงพอ หากเราหนาวเกินไปเวลาดำน้ำ ก็ทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการหมดสติใต้น้ำได้ และเสี่ยงต่อการเป็นเบนด์ด้วย
  • รักษาทักษะการดำน้ำให้สม่ำเสมอ นักดำน้ำที่ขาดหายจากการดำน้ำเป็นเวลานาน อาจจะลืมหรือไม่สามารถทำทักษะที่สำคัญ และจำเป็นได้ ควรหมั่นไปดำน้ำ หรือหากไม่ได้ดำน้ำนานๆ ควรไปฝึกฝนในสระ หรือให้ Divemaster พาทำการ Check Dive ก่อนดำน้ำเที่ยวจริงเสียก่อน
  • ดำน้ำภายใต้ขีดจำกัดของ ตารางดำน้ำ หรือ Dive Computer สำหรับการดำน้ำ อยู่ภายใต้ขีดจำกัด หมายถึง ไม่ดำจนถึงขีดจำกัด สูงสุดด้วยก็ดีนะครับ ดำน้ำให้ติดดีคอมบ่อยๆ ไม่ใช่ความเท่แน่นอน
  • ขึ้นสู่ผิวน้ำให้ช้า สำหรับทุกไดฟ์
  • ทำ Safety Stop ท้ายการดำน้ำทุกครั้ง (ยกเว้นไดฟ์ที่ดำตื้นกว่า 5 เมตร)
  • อย่าดำน้ำ หากรู้สึกว่าร่างกาย หรือจิตใจไม่พร้อม อย่าปล่อยให้ตัวเราถูกกดดัน ด้วยสถานการณ์รอบข้าง เช่น เพื่อนๆ ยุ เสียดายเงิน ฯลฯ หากเราไม่พร้อม หรือรู้สึกไม่พร้อม ไม่ดำดีกว่า ได้ไม่คุ้มเสีย
  • หากเกิดอาการป่วยจากการดำน้ำ ให้ปฏิบัติการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และไปพบแพทย์โดยด่วน อย่าประมาทว่าเกิดอาการ เพียงนิดหน่อยเท่านั้น เนื่องจากอาการของโรคของการดำน้ำนั้น อาจจะแย่ลงได้อย่างรวดเร็วมากครับ นักดำน้ำจำนวนมาก ก็ไม่ค่อยจะยอมรับ หรือไม่ยอมรับการรักษา ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองป่วย จากการดำน้ำด้วยซ้ำไป เพราะคนเข้าใจกัน (ผิดๆ) ว่า มีแต่นักดำน้ำที่แย่ ไม่มีวินัยเท่านั้น ที่ป่วยหรือเป็นเบนด์ เพราะการดำน้ำ


เครดิต :ดร. พิชิต เมืองนาโพธิ์

คำถามเกี่ยวกับ อุปกรณ์เรียนดำน้ำลึก scuba diving

by 00:27

ระหว่างเรียนดำน้ำ ต้องมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองหรือไม่

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ทั้งหมด ทางทัวร์ดำน้ำของเรา(Similan Pro Dive) จะมีไว้ให้บริการ  สิ่งที่ต้องเตรียมมาด้วย ก็มีเพียง ชุดว่ายน้ำของคุณเอง อย่างเดียวเท่านั้น

สายตาสั้น จะทำยังไงดี

ถ้าสั้นเพียง 100 - 200 (1.0 - 2.0 diopter) ก็ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อลงน้ำ ภาพใต้น้ำจะใหญ่กว่าปกติ 33% ถ้าสั้นกว่านั้น ก็สามารถใช้ คอนแทคท์เลนส์ ร่วมกับหน้ากากดำน้ำปกติ หรือถ้าไม่สะดวก หน้ากากดำน้ำส่วนใหญ่ สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และทางเรามีหน้ากากดำน้ำติดเลนส์บางขนาด ให้ใช้เรียนอยู่แล้ว เพียงคุณแจ้งขนาดสายตา ก่อนลงฝึกปฏิบัติ ในสระว่ายน้ำ



หลังจากเรียนจบแล้ว ต้องซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองหรือเปล่า

เรื่องนี้แล้วแต่ความสะดวกของผู้เรียน ถ้าไม่มีอุปกรณ์ดำน้ำ เป็นของตัวเอง คุณก็สามารถหาเช่าได้จากทางเราในราคาไม่แพง หากต้องการ มีเป็นของตัวเอง ก็เริ่มจากอุปกรณ์พื้นฐานก่อน ได้แก่ หน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ wetsuit และตีนกบ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องซื้อพร้อมกัน ลองใช้ดูก่อน ว่าชอบแบบไหน อย่างไร แล้วค่อยซื้อก็ได้

อุปกรณ์ดำน้ำดูจะหนักมาก จะแบกไหวหรือ

เมื่อลงน้ำไปแล้ว อุปกรณ์ดำน้ำทั้งหมด จะช่วยให้เรา สามารถปรับสภาพการลอยตัว เป็นศูนย์ นั่นหมายความว่า เรา (และอุปกรณ์ที่ติดอยู่กับตัวเรา ทั้งหมดรวมกัน) จะอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก ขณะดำน้ำ

ส่วนบนเรือ อุปกรณ์ดำน้ำก็ไม่ได้หนักมาก จนเกินกำลัง รวมทั้งระยะทางที่จะต้องแบก ก็เพียงจากที่นั่ง ไปยังท้ายเรือ เพื่อลงทะเล เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพื่อนนักดำน้ำทุกคน ล้วนมีน้ำใจ คอยดูแลช่วยเหลือกันอยู่แล้ว


ปลาพยาบาล (Bluesteak Cleaner Wrasse)

by 23:32


ปลาพยาบาลอยู่ในกลุ่มของปลานกขุนทองในครอบครัว family Labridae ปลานกขุนทองชนิดนี้มีลำตัวเรียวยาว ปลาขนาดเล็กจะมีพื้นลำตัวสีดำ และมีลายสีฟ้าสะท้อนแสงพาดเป็นทางยาวตลอดลำตัว
ส่วนปลาตัวเต็มวัยนั้นจะมีสีฟ้าอมขาว

ชื่อสามัญ: Bluesteak Cleaner Wrasse
ชื่อวิทยาศาสตร์: Labroides dimidiatus  (Valenciennes, 1839)

 ในธรรมชาติปลาพยาบาลเป็นปลาที่มีประโยชน์กับปลาอื่นมาก คือมันจะทำหน้าที่ช่วยกำจัดปรสิตภายนอกให้กับปลาอื่น โดยมันว่ายเข้าไปปฏิบัติหน้าที่โดยกินปรสิตที่เกาะอยู่ตามซอกครีบ ฝาปิดเหงือก เหงือกปลา เกล็ดปลา หรือบางครั้งว่ายเข้าไปทำงานถึงในปากของปลาอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก เช่น ปลาหมอทะเล หรือปลาไหลมอเรย์ ซึ่งปลาเหล่านั้นก็จะไม่ทำอันตรายปลาพยาบาล



  ปลาพยาบาลมักอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-15 ตัว โดยมีตัวผู้เป็นจ่าฝูงตัวเดียว มักพบปลาพยาบาลได้มากในแนวปะการัง
โดยรวมตัวกัยเป็นสถานีบริการรับทำความสะอาด (cleaning station) ซึ่งในบริเวณนี้จะมีปลาหลายชนิด
เข้ารับบริการทำความสะอาดและเป็นที่น่าแปลกใจคือ ปลาผู้ล่าจะไม่ทำร้ายปลาที่เป็นเหยื่อในบริเวณสถานีรับทำความสะอาด

  การที่ปลาพยาบาลเข้าไปกินปรสิตที่เกาะตามอวัยวะส่วนต่างๆ ของปลาทำให้ปลาผู้รับบริการผ่อนคลาย นอกจากกินปรสิตแล้วปลาพยาบาลยังกินเศษอาหาร เมือก และเนื้อตายที่บริเวณบาดแผลของปลาที่เข้ารับบริการซึ่งจะทำให้แผลหายเร็วขึ้น แต่บางครั้งปลาที่เข้ารับบริการไม่ชอบเพระทำให้เจ็บปวด


ปลากะมงพร้าว (Giant kingfish)

by 00:15

     ปลากะมงพร้าว มีส่วนหัวโค้งลาด ปากกว้าง ลำตัวแบนข้าง ครีบหางเว้าลึก ข้างลำตัวและโคนหางมีเส้นแข็งสีคล้ำ ลำตัวสีเทาเงินหรืออมเหลือง ครีบอกสีเหลือง ครีบอื่นสีคล้ำ ในปลาขนาดใหญ่อาจมีจุดประสีคล้ำที่ข้างลำตัว มีความยาวเมื่อโตเต็มที่ได้ถึง 170 เซนติเมตร น้ำหนัก 80 กิโลกรัม 
      ปลาขนาดเล็กจะอยู่รวมเป็นฝูง เมื่อโตขึ้นจะแยกอยู่ตามลำพังหรือเป็นฝูงเล็ก ๆ มักว่ายคู่กับปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาฉลามวาฬหรือปลากระเบนแมนตา เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร โดยไล่ล่าปลาขนาดเล็กต่าง ๆ รวมทั้ง หมึก, กุ้ง และปู เป็นอาหาร



          ในปลาขนาดเล็กอาจพบได้ในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำจืด เช่น ท่าเรือ, ชายฝั่ง และปากแม่น้ำ ปลาขนาดใหญ่อยู่นอกแนวปะการังหรือกองหินใต้น้ำ ในทะเลเปิด ที่แอฟริกาตะวันออก ปลากะมงพร้าวขนาดโตเต็มวัยจะว่ายเป็นฝูงเข้ามาในแม่น้ำที่เป็นน้ำจืด อย่างช้า ๆ และว่ายเป็นวงกลมรอบ ๆ ไปมา โดยที่ยังไม่ทราบสาเหตุถึงพฤติกรรมเช่นนี้

เป็นปลาที่แพร่กระจายไปในมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ฮาวาย, ญี่ปุ่น, ชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก จนถึงออสเตรเลีย ในน่านน้ำไทยสามารถพบได้ทั้ง 2 ฟากฝั่งทะเล จัดเป็นปลาที่พบได้บ่อย

เป็นปลาขนาดใหญ่ที่นิยมตกกันเป็นเกมกีฬา โดยถือเป็นปลาเกมที่เป็นปลาทะเล 1 ใน 3 ชนิดที่นิยมตกกัน และเป็นปลาเศรษฐกิจ และนิยมเลี้ยงกันในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปลากะมงพร้าวมีพฤติกรรมพุ่งเข้าชาร์จอาหารด้วยความรุนแรง ทำให้หลายครั้งสร้างความบาดเจ็บแก่ผู้ให้อาหารแบบที่สวมชุดประดาน้ำลงไปให้ถึงในที่เลี้ยง



อีกทั้ง ยังมีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามประเภทปลาใหญ่ หรือปลากินเนื้อ เลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย เช่นเดียวกับปลากะมงตาแดง (C. sexfasciatus) โดยจะนำมาเลี้ยงในน้ำจืดตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ทั้งนี้มีรายงานระบุอย่างไม่เป็นทางการว่า ในหลายพื้นที่ได้พบปลากะมงพร้าวขนาดกลางหรือค่อนไปทางใหญ่ในแหล่งน้ำจืด เช่น ในเหมืองร้างแห่งหนึ่ง ในอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา และที่จังหวัดชุมพร สันนิษฐานว่าคงเป็นปลาที่ผลัดหลงมาจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปลายปี ค.ศ. 2004 ซึ่งปลามีน้ำหนักประมาณ 2-10 กิโลกรัม นอกจากนี้แล้วที่ประเทศอินโดนีเซีย ยังมีผู้เลี้ยงปลากะมงพร้าวในน้ำจืดได้ในบ่อปลาคาร์ป จนมีขนาดใหญ่ราว 60 เซนติเมตรได้ โดยเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งการจะเลี้ยงปลาให้เติบโตและแข็งแรงจนโตได้ ต้องเลี้ยงในสถานที่ ๆ มีความกว้างขวางพอสมควร และต้องผสมเกลือลงไปในน้ำในปริมาณที่มากพอควร แม้จะมีปริมาณความเค็มไม่เท่ากับน้ำทะเลก็ตาม

คำถามกับคำตอบก่อนเรียนดำน้ำ

by 19:58

 คำถามก่อนเรียนดำน้ำ                                                                                                                                             เมื่อคุณเริ่มคิดอยากลงไปสัมผัสโลกใต้ทะเล แหวกว่ายสายน้ำ เฉกเช่นเดียวกับปลาทะเลน้อยใหญ่ คุณคงนึกถึงการดำน้ำลึกด้วยอุปกรณ์ช่วยการหายใจใต้น้ำ แบบที่เรียกว่า สคูบ้า (SCUBA diving) และคุณก็จะพบว่าสิ่งแรกที่คุณต้องทำเพื่อจะได้ทำฝันให้เป็นจริง ก็คือการสมัครเข้าเรียนหลักสูตรดำน้ำลึกของสถาบันใดสักแห่ง ที่เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานการสอนอย่างเป็นสากล ... และจากนั้น คำถามมากมายคงปรากฏขึ้นในใจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น
การเรียนดำน้ำยากหรือไม่ ต้องแข็งแรงแค่ไหน ต้องว่ายน้ำได้เก่งเพียงใด?
โลกใต้น้ำอันตรายแค่ไหน เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ สูญเสียหรือไม่?
คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นในใจนักดำน้ำเกือบทุกคน ก่อนที่จะเริ่มก้าวแรกเข้ามาสู่โลกของนักดำน้ำลึก และแน่นอน คำตอบของคำถามเหล่านี้ ก็มีให้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ให้คุณเลือกอ่านเพื่อคลายข้อสงสัย และพร้อมก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่จะเปลี่ยนความรู้สึกต่อโลกใบนี้ของคุณไปตลอดกาล
                                         

ความปลอดภัยของการดำน้ำ

การดำน้ำปลอดภัยเพียงใด
Diver with OK Signal

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การดำน้ำลึกแบบ Scuba ได้เกิดขึ้นมาในโลกกว่า 60 ปีแล้ว และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ อุปกรณ์ที่ใช้ ก็ได้รับการพัฒนาตามเทคโนโลยี ที่ก้าวหน้ามากขึ้นไปด้วย ทำให้การดำน้ำลึกในปัจจุบัน มีความสะดวกและปลอดภัย เป็นอย่างยิ่ง จนแม้แต่เด็กๆ ก็อาจจะมีบัตรนักดำน้ำสากลได้ ก่อนบัตรประชาชนเสียอีก

แต่อย่างไรก็ตาม ร่างกายของมนุษย์นั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมา เพื่อดำรงชีวิต อยู่ใต้ทะเล และอุบัติเหตุ อาจเกิดขึ้นได้ ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ ก็ตาม จึงมีความจำเป็นที่ นักดำน้ำทุกคน ต้องได้รับการอบรม ให้ความรู้ เกี่ยวกับ สภาพแวดล้อมใต้ทะเล การปรับตัว และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงโรคภัยที่เกี่ยวข้อง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นอย่างดี รวมทั้งความระมัดระวัง และหมั่นฝึกฝน ทักษะต่างๆ จึงจะสามารถดำน้ำได้อย่างสนุกสนาน และปลอดภัย

การดำน้ำเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลหรือไม่

ธรรมชาติใต้ทะเลนั้น เปราะบางมาก เรามักจะได้พบเห็นภาพ นักท่องเที่ยวที่ไปดำน้ำ ทั้งแบบผิวน้ำ และแบบ Scuba ตวัดปลายเท้าหรือเหยียบย่าง ลงบนปะการัง ทำให้ปะการัง ได้รับความเสียหาย อยู่เสมอๆ จนเป็นที่ครหาว่า การดำน้ำ อาจเป็นการทำลายธรรมชาติ อันสวยงามใต้ทะเล ก็ได้

แต่ในอีกทางหนึ่ง นักท่องเที่ยวดำน้ำ ที่ได้มีโอกาสสัมผัสความงดงามของปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมาแล้ว ส่วนใหญ่ จะเกิดความรู้สึกรัก หวงแหน และตระหนัก ในความสำคัญ ของท้องทะเล อยากให้ความสวยงาม และอุดมสมบูรณ์ คงอยู่ตลอดไป และพยายามท่องเที่ยว ชมความงดงาม อย่างมีจิตสำนึก คอยระวัง ไม่ไปทำลาย สภาพแวดล้อมเหล่านั้น หรือจนถึงขั้นรวมตัว ก่อตั้งเป็นกลุ่มหรือชมรม ที่ดำเนินกิจกรรม เพื่อการอนุรักษ์ทะเล กันเลยทีเดียว เช่น ชมรมรักษฉลามวาฬ เป็นต้น

จึงกล่าวได้ว่า การดำน้ำลึก ก็เป็นจุดเริ่มต้น ประการสำคัญ ที่จะทำให้ประชาชน ได้เห็นความสำคัญ ของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล กันมากขึ้น ส่วนจะทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับนักดำน้ำ ที่จะต้องฝึกฝน ควบคุมการเคลื่อนไหวใต้น้ำ ให้ชำนาญ ไม่ให้ไปทำลายแนวปะการัง อันสวยงาม

ทะเลน่ากลัวจะตาย เจอฉลามจะทำยังไง

ลองมาเรียนดำน้ำดูสิครับ แล้วคุณจะรักทะเลมากขึ้นกว่าเคย

คุณอาจจะเคยมองเห็น ความเวิ้งว้าง ถัดออกไปจากแนวปะการังริมฝั่ง ขณะลอยตัว ดูปะการัง อยู่บนผิวน้ำ แต่เมื่อคุณได้ลองดำน้ำ ลงไปพบกับธรรมชาติใต้ทะเล ที่ลึกกว่า คุณจะรู้ว่า ไม่มีอะไรน่ากลัว อยู่ใต้ทะเลเลย

ใช่แล้ว... แม้แต่ฉลามก็ไม่น่ากลัว อย่างที่คิดหรอกครับ โดยปกติ เหยื่อของฉลาม จะต้องมีขนาดเล็กกว่า ตัวมันเองมาก มนุษย์จึงไม่ใช่อาหารของฉลาม ในปัจจุบัน ฉลาม กลับเป็นสัตว์ ที่พบได้ยาก จนกระทั่ง การได้เจอฉลาม ระหว่างการดำน้ำ คือประสบการณ์ที่สนุกสนาน และน่าประทับใจ



สุขภาพ และสมรรถภาพ

ต้องแข็งแรงแค่ไหน ต้องว่ายน้ำเป็นหรือไม่

ตามกติกามาตรฐานสากลคือ ต้องว่ายน้ำเป็นครับ แต่ไม่จำเป็นต้องว่ายได้ดี ระดับนักกีฬาหรอกครับ แค่พอว่ายเป็น สามารถลอยตัวในน้ำได้ ไม่ตื่นตกใจเมื่อต้องลอยน้ำตัวเปล่า ก็พอแล้ว ส่วนผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น แนะนำให้ลองหัดว่ายน้ำ หรือทำความคุ้นเคยกับน้ำก่อน เพราะมีผลต่อความปลอดภัยของนักดำน้ำ ทั้งตนเอง และ buddy เพื่อนร่วมทริป

สำหรับเรื่องความแข็งแรงนั้น กีฬาดำน้ำจัดเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะ มากกว่าพละกำลัง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การฝึกฝน ความชำนาญ ประสบการณ์ และสติสมาธิ ซึ่งก็ต้องพร้อมด้วยสุขภาพที่ดีเช่นกัน

อายุยังไม่ถึง 12 เลย เรียนได้หรือเปล่า

ผู้ที่จะเรียนดำน้ำแบบ Scuba ได้ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 8 ปีครับ

น้องที่อายุระหว่าง 12 - 15 ปี หลังจากเรียนจบแล้ว สามารถดำน้ำในความลึกประมาณ 10 - 18 เมตร และจะได้รับบัตรนักดำน้ำ Junior Open Water ซึ่งสามารถดำน้ำได้ทั่วโลกเช่นกัน แต่ถ้าอายุไม่ถึง 12 ปี สามารถเรียนหลักสูตร Bubble Maker ซึ่งเป็นหลักสูตร สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 8 - 12 ปี เป็นการดำน้ำในสระว่ายน้ำ ที่ความลึก 2 เมตร กีฬาดำน้ำจึงเป็นกิจรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ ทั้งครอบครัว

มีโรคประจำตัว จะเรียนดำน้ำได้หรือไม่

ผู้ที่จะเรียนดำน้ำ ต้องไม่เป็นโรคหัวใจ ลมชัก เบาหวาน หรือโรคหอบ (กรุณาปรึกษาแพทย์ เนื่องจากบางโรค ถ้ามีใบรับรองจากแพทย์ ก็สามารถเรียนได้)

เป็นคนเมาเรือง่าย จะไปออกสอบหรือออกทริปได้ไห

นักดำน้ำหลายคน ก็เมาเรือเป็นกิจวัตรเหมือนกัน วิธีป้องกันหรือแก้ไขง่ายๆ คือ ใช้ยาแก้เมาเรือ นอกจากนี้ ยังมีเทคนิค ลดอาการเมาเรือ ได้อีกมากมาย เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ งดสุรา และสูบบุหรี่ ล่วงหน้าก่อนไปดำน้ำ เป็นต้น

เกี่ยวกับอุปกรณ์ดำน้ำ

ระหว่างเรียนดำน้ำ ต้องมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองหรือไม่

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ทั้งหมด ทางร้านดำน้ำ จะมีไว้ให้บริการ รวมอยู่ในค่าเรียนเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมมาด้วย ก็มีเพียง ชุดว่ายน้ำของคุณเอง อย่างเดียวเท่านั้น

สายตาสั้น จะทำยังไงดี

ถ้าสั้นเพียง 100 - 200 (1.0 - 2.0 diopter) ก็ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อลงน้ำ ภาพใต้น้ำจะใหญ่กว่าปกติ 33% ถ้าสั้นกว่านั้น ก็สามารถใช้ คอนแทคท์เลนส์ ร่วมกับหน้ากากดำน้ำปกติ หรือถ้าไม่สะดวก หน้ากากดำน้ำส่วนใหญ่ สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และทางร้านดำน้ำ อาจมีหน้ากากดำน้ำติดเลนส์บางขนาด ให้ใช้เรียนอยู่แล้ว เพียงคุณแจ้งขนาดสายตา ก่อนลงฝึกปฏิบัติ ในสระว่ายน้ำ

หลังจากเรียนจบแล้ว ต้องซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองหรือเปล่า

เรื่องนี้แล้วแต่ความสะดวกครับ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ดำน้ำ เป็นของตัวเอง คุณก็สามารถหาเช่าได้จากร้านดำน้ำ ที่พาคุณไปออกทริปดำน้ำ ในราคาไม่แพง หากต้องการ มีเป็นของตัวเอง ก็เริ่มจากอุปกรณ์พื้นฐานก่อน ได้แก่ หน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ wetsuit และตีนกบ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องซื้อพร้อมกัน ลองใช้ดูก่อน ว่าชอบแบบไหน อย่างไร แล้วค่อยซื้อก็ได้

อุปกรณ์ดำน้ำดูจะหนักมาก จะแบกไหวหรือ

เมื่อลงน้ำไปแล้ว อุปกรณ์ดำน้ำทั้งหมด จะช่วยให้เรา สามารถปรับสภาพการลอยตัว เป็นศูนย์ นั่นหมายความว่า เรา (และอุปกรณ์ที่ติดอยู่กับตัวเรา ทั้งหมดรวมกัน) จะอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก ขณะดำน้ำ

ส่วนบนเรือ อุปกรณ์ดำน้ำก็ไม่ได้หนักมาก จนเกินกำลัง รวมทั้งระยะทางที่จะต้องแบก ก็เพียงจากที่นั่ง ไปยังท้ายเรือ เพื่อลงทะเล เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพื่อนนักดำน้ำทุกคน ล้วนมีน้ำใจ คอยดูแลช่วยเหลือกันอยู่แล้


การเรียน และการสอน

ออกสอบภาคทะเลยากมั้ย ถ้าสอบไม่ผ่านจะทำอย่างไร

ไม่ยากเลยครับ เราจะฝึกสอนจนกระทั่ง คุณสามารถปฏิบัติทักษะต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว และมีความพร้อมที่จะออกสอบในทะเล

เรียนจบแล้วไปดำน้ำที่ไหนได้บ้าง

หลังจากสอบผ่านหลักสูตรครบถ้วนแล้ว คุณจะได้รับบัตรนักดำน้ำสากล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เพียงคุณแสดงบัตรนี้ ณ ร้านดำน้ำที่ได้มาตรฐาน คุณสามารถเช่าอุปกรณ์ เติมถังอากาศ หาลีดเดอร์ ที่จะพาคุณไปดำน้ำ ยังจุดดำน้ำต่างๆ ได้ทุกแห่ง...ทั่วโลก ทั้งนี้ตามกติกาสากลคือ คุณจะต้องไม่ดำน้ำเพียงลำพังคนเดียว

เรียนจบแล้วไม่ได้ดำน้ำนานๆ จะลืมหรือเปล่า

ถ้าไม่นานมากนัก คุณจะสามารถรื้อฟื้นทักษะ ได้จากการดำน้ำ dive แรก อย่างสบายๆ ซึ่งตามปกติ dive แรกของทริปดำน้ำ จะเลือกจุดดำน้ำ ที่ไม่ยากมากนัก สภาพน้ำไม่รุนแรง เป็นการอุ่นเครื่องให้กับนักดำน้ำก่อน แต่ถ้าคุณไม่ได้ดำน้ำนานกว่า 1 ปีขึ้นไป คุณควรจะเข้าคอร์ส ทบทวนทักษะการดำน้ำ กับร้านดำน้ำก่อน ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

การดำน้ำนั้น ยิ่งเชี่ยวชาญมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสนุกสนาน กับการดำน้ำมากเท่านั้น ในขณะที่ออกสอบ หรือเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ นักดำน้ำยังคงพะวักพะวง อยู่กับอุปกรณ์ต่างๆ การปรับร่างกาย ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และอื่นๆ อีกหลายประการ จึงไม่สามารถชื่นชมความงามรอบกาย ได้อย่างเต็มที่ การไปเรียนที่สิมิลัน จึงอาจกลายเป็น การเสียโอกาส ที่จะได้เพลิดเพลิน กับความงามของสิมิลัน อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ จุดดำน้ำที่สิมิลัน ส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ความลึกประมาณ 20 เมตร หรือมากกว่า ซึ่งต้องใช้ทักษะการดำน้ำ ที่สูงขึ้นไปอีก ดังนั้น เพื่อความสนุกสนาน และปลอดภัย นักดำน้ำ จึงควรมีความเชี่ยวชาญพอประมาณ ก่อนจะไปท่องเที่ยวดำน้ำ ณ จุดดำน้ำที่ต่างๆ



เครดิตข้อมูลจาก : freedomdive
เครดิตรูปภาพ : สิมิลัน โปร ไดฟ์
Blogger 提供支持.